Sunday, December 9, 2007

Do you like fighting?

ากประโยคคำถามง่ายๆขณะที่นักเรียนกำลังเล่นชกต่อยกัน ถูกนำมาใช้ฝึกพูดตามสถานการณ์ และสร้างเป็นบทสนทนาโต้ตอบกัน


Situation : นักเรียนกำลังเล่นชกต่อยกัน

Teacher : Do you like fighting? เธอชอบการทะเลาะวิวาทรึ
Students : No, we(I) don’t like fighting. พวกผมไม่ชอบหรอกครับ
จากนั้นครูถามทีละคนว่า
Teacher : What do you like doing? ถ้างั้นเธอชอบทำอะไร
ครูและนักเรียนช่วยกันเขียนคำกริยาที่จะใช้ตอบคำถามได้คำว่า play แปลว่าเล่น
Student : I like play volleyball. ฉันชอบเล่นวอลเลย์บอล
ครูอธิบายว่า ตามหลัง like ต้องใช้กริยาเติม ing กริยาที่เติม ing ทำหน้าที่เหมือนคำนาม
มีคำว่า - การ ,ความ นำหน้า (gerund) ดังนั้นคำว่า play จึงต้องเติม ing
ประโยคที่ถูกต้องคือ I like playing volleyball. ฉันชอบการเล่นวอลเล่ย์บอล
จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันเขียนคำกริยาเพื่อใช้ตอบคำถาม ” What do you like doing?”
ได้คำว่า
sleep = นอนหลับ fish = ตกปลา speak = พูด talk = คุย eat = กิน watch ดู TVทีวี
sing = ร้องเพลง swim = ร้องเพลง dance = เต้น play cards = เล่นไพ่
ครูอธิบายกฏการเติม ing เพิ่มเติมคือ
1. ถ้ากริยานั้นเป็นคำพยางค์เดียว ออกเสียงสั้น มีสระตัวเดียว (a,e,i,o,u) มีตัวสะกดตัวเดียว ให้ใช้ตัวสะกดอีกตัวก่อนเติม ing
เช่น swim เป็น swimming
2. ถ้ากริยานั้นลงท้ายด้วย e ให้ตัด e ออก ก่อนเติม ing
เช่น dance เป็น dancing
จากนั้นให้นักเรียนฝึกสนทนาโต้ตอบกัน
Student 1 : Do you like fighting?
Student 2 : No,I don’t like fighting.
Student 1 : What do you like doing?
Student 2 : I like sleeping.
สรุปเนื้อหา :
1. การใช้ like ตามด้วยกริยาเติม ing ทำหน้าที่เหมือนคำนาม (มีคำว่า-การ หรือ-ความ นำหน้า)
2. การทำประโยคเป็นคำถาม หรือ ปฏิเสธ ในกรณีที่มีกริยาแท้ให้ใช้ do หรือ does มาช่วย จะใช้ do หรือ does ขึ้นอยู่กับประธาน
คราวต่อไปจะได้ฝึกการใช้ do หรือ does นะคะ
งานสำหรับนักเรียนชิ้นที่ 1 : ให้นักเรียนเขียนประโยคคำตอบของคำถาม What do you like doing? เพียงคำตอบเดียว
โดยส่ง e-mail มาที่ pienpajong2@yahoo.com อย่าลืมบอกชื่อ ห้อง เลขที่ ผู้ส่งงานด้วยนะจ๊ะ

ได้พบผู้บูรณะพิมายตัวจริง

สถานที่จริง : ณ ปราสาทวัดภู จำปาสัก ประเทศลาว
Location : Vat Phou, Jumpasak Province , Laos.
ผู้เขียน : Hi ! How are you doing ?
สวัสดีค่ะ สบายดีหรือคะ
The lady : I’m good. ฉันสบายดีค่ะ

ผู้เขียน : You are archeologist, aren’t you?
คุณเป็นนักโบราณคดีใช่ไหมคะ
The lady : Yes. ใช่ค่ะ
ผู้เขียน : What are you doing? I took your picture before I went up there.
(แปลผู้เขียน) คุณกำลังทำอะไรคะ ฉันถ่ายรูปคุณไว้ตอนก่อนฉันเดินขึ้นไปข้างบนโน่น


The lady : I am trying to rebuild this building.
ฉันกำลังพยายามซ่อมสิ่งปลูกสร้างนี้ใหม่
ผู้เขียน : I am fromThailand . I live near Phimai Sanctuary,Nakornrajsima.
(แปลผู้เขียน) ฉันมาจากเมืองไทย ฉันอยู่ใกล้ๆกับอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย นครราชสีมา
The lady : I did that too.
ฉันบูรณะที่นั่นด้วย

ผู้เขียน : You did ? Wow. May I have your name ,please?
เหรอคะ ว้าว ฉันขอทราบชื่อคุณได้ไหม
The lady : Patricia. แพทริเชียค่ะ
ผู้เขียน : What’s your nationality ? คุณสัญชาติอะไรคะ
The lady : Italian. You see the stairs on your left hand?
I rebuilt it. You can see the different from your right hand. That we are going to fix it.
(แปล) : ชาวอิตาเลียนค่ะ คุณเห็นบันไดโน่นไหมที่อยู่ทางซ้ายมือคุณ (ชี้ให้ดูบันได) ฉันสร้างมันใหม่ จะเห็นความแตกต่างจากทางขวามือคุณได้เลย ทางขวาเรากำลังจะซ่อมมัน (บันไดทางขวาพังมากจริงๆ)
ผู้เขียน : Terrific ! How did you do that ?
เยี่ยมเลยค่ะ คุณทำได้ยังไง
The lady : I made the drain to the side and rebuilt it again. But this time there is not much money to fix that. When I need things, I went to Ubon.
(แปล) ฉันทำทางระบายน้ำให้ออกไปทางด้านข้างแล้ววางใหม่ แต่คราวนี้จะทำด้านขวา ยังไม่มีเงินมากพอเลย เวลาที่ฉันอยากได้วัสดุ ฉันมักไปซื้อที่อุบล

ผู้เขียน : What would you do without money ?
ไม่มีเงินคุณจะทำเช่นไร
The lady : I spent mine. ฉันก็ใช้เงินของฉันซิ
ผู้เขียน : I wish I could help. I am happy to talk to a great person like you . Thank you for doing this. My friends are here. Before I leave,may I have a photo taken with you ?
(แปลผู้เขียน) : ฉันอยากช่วยได้จัง ฉันดีใจนะที่ได้คุยกับคนสำคัญเช่นคุณ ขอบคุณสำหรับการทำสิ่งนี้ เพื่อนๆฉันมาแล้ว ก่อนฉันไปขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ

The lady : Sure . ได้ค่ะ
ผู้เขียน : Thank you , bye. And have a nice day.
ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณ ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ
The lady : Bye. ลาก่อนค่ะ

ที่บ้านดอนคอน-หลี่ผี จาก "พูดภาษาอังกฤษง่ายๆสไตล์ฉัน"

บทสนทนาที่เราใช้สนทนากับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่ง
ท่าน : Where are you from?
อธิบาย : คุณมาจากที่ไหนคะ (ประเทศ)

Tourist : I’m from America. And you?
อธิบาย : ฉันมาจากอเมริกาค่ะ บางคนอาจตอบว่า U.S.
And you? แล้วพวกคุณล่ะ มาจากที่ไหนกัน
เรา : We’re from Thailand.
อธิบาย : พวกเรามาจากเมืองไทยค่ะ
Tourist : Oh,I’ve been there.
อธิบาย : โอ ฉันเคยไปที่นั่นมานะ คำว่า I’ve been มาจาก I have been แปลว่า ฉันเคยไป
เรา: How do you like Thailand ?
อธิบาย : คุณชอบเมืองไทยไหมคะ
Tourist : I think it’s beautiful. Thai food is very nice.
อธิบาย : นักท่องเที่ยวตอบว่า “ฉันคิดว่าเมืองไทยสวยดีค่ะ อาหารก็อร่อย “
เรา : I’m glad you like it. Well, I have to go. Here’s the boat. Nice to talk with you. Bye.
อธิบาย : ฉันดีใจที่คุณชอบค่ะ เอ้อ..คงต้องไปก่อนล่ะ นั่นเรือมาแล้ว ยินดีที่ได้คุยกับคุณค่ะ ลาก่อน
Tourist : Nice to talk with you,too. Bye-bye.
อธิบาย : นักท่องเที่ยว ” ยินดีที่ได้คุยกับคุณเช่นกันค่ะ” ลาก่อน
เห็นไหมคะ ภาษาอังกฤษไม่ยากอย่างที่กลัว อย่าพูดมากค่ะ พูดเรื่องสั้นๆง่ายๆ ชวนคุยไปเรื่อย ไม่ต้องใช้ศัพท์หรูหราเลยจริงไหมคะ
ศัพท์ใหม่ : be was/were been = เป็น อยู่ คือ
ในที่นี้ก็ท่องจำไว้ใช้บ่อยๆว่า have been แปลว่า เคยไป
เช่น I have been to the U.S.A. ฉันเคยไปอเมริกามาแล้ว
That lady has been to China. ผู้หญิงคนนั้นเคยไปเมืองจีน
แล้วก็ถามต่อเลยว่า “คุณเคยไปไหม” Have you (ever) been there ?
ถ้าตอบ Yes. I have. เคยไปค่ะ
หรือ No. I have never been there. ฉันไม่เคยไปค่ะ

เรื่องราวของฉันจาก "พูดภาษาอังกฤษง่ายๆสไตล์ฉัน"

คัดลอกจากบทความที่เคยบันทึกไว้ใน http://easychatt.blogrevo.com/



blog นี้เป็นความภูมิใจอีกบล็อกที่อยากเล่าสู่ฟัง ก่อนหน้าก็มีบล็อกที่เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั่วไป ที่แต่ละวันได้พบได้เจอ บางครั้งการจดจำก็ยากเต็มที พออายุมากขึ้น ความทรงจำก็เริ่มเลือนลาง แม้แต่เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังนึกไม่ค่อยออกเลย พอมีเครื่องมือยุคไฮเท็คก็ทำให้ได้ฝึกสมองบ้าง ก่อนที่จะลืมเลือนกันไป ก็อยากบันทึกไว้ให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ลองอ่านดู เผื่อนำไปใช้บ้าง คิดว่าไม่น่าจะล้าสมัย

blog นี้อยากจะสาธยายเกี่ยวกับประโยค หรือบทสนทนาที่ได้ใช้กับชาวต่างชาติมาแล้ว โดยคัดเฉพาะบางตอนที่จำเป็น เพราะเราเป็น chatty lady ถ้าขืนนำมาเล่าให้ฟังหมด คงเบื่อแย่ ในบล็อกก็จะเขียนเล่าขยายความให้เข้าใจทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ผู้เขียนมิได้เก่งกาจ หรืออยากอวดอ้างตนเองอะไร เพียงแต่ว่าสิ่งใดที่ได้ใช้และศึกษาเพิ่มเติมแล้ว works ก็อยากแบ่งปันบ้าง

จะเห็นว่าใช้คำว่า chat(n.คำนาม)- chatty(adj.คุณศัพท์)
หากจะมีคำคุณศัพท์อยู่หน้าก็จะขยายคำนามนั้น เช่น เคยได้ยินในหนังฝรั่งใช้ว่า chit chat คงหมายถึง พูดเรื่องไร้สาระกระมัง

ส่วน chatty เป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ใช้เพื่อขยายคำนาม แปลว่า พูดเล่น ช่างพูด ชอบคุยเล่นสนุก
ถ้า chatter (v.กริยา) แปลว่า พูดจาปากจัด พูดเร็วและไร้สาระ
ส่วน chatterbox (n.คำนาม) แปลว่า คนปากจัด คนพูดมากเกินไป

ฟังดูเหมือนคำนี้จะนำไปใช้ในทางลบนะ ฉะนั้นเอาเป็นว่า chatty lady ของผู้เขียนคือ เป็นผู้หญิงช่างจำนรรจา ชอบคุยเล่นสนุกสนานก็แล้วกัน
I’d like to present some other blogs of mine. Here they are,
(สามารถเปิดอ่านได้ แต่ภาพหายหมดเนื่องจากระบบของ blogrevo.com ทำงานหนักเกินไปค่ะ)

1. http://ohsons.blogrevo.com/ (เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไป)
2. http://localwisdom.blogrevo.com/ (เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านภูมิปัญญาผู้เขียน)
3. http://ohsonsmoneymakingonline.blogrevo.com/ (เป็นเว็บหาเงินทางเน็ต)
4. http://nonsoonghealthctr.blogrevo.com/ (เป็นเว็บที่แอบดูงานสาธารณสุขโนนสูง โคราช)
5. http://agloco.blogrevo.com/ (เป็นเว็บเกี่ยวกับ AGLOCO)

และสุดท้ายก็ easychatt.blogrevo.com นี่แหละ

จากประโยคด้านบน I’d like ( I would like ) to present some other blogs of mine.

would like to = อยากจะ present (verbกริยา) = เสนอ แนะนำ
some other = อันอื่น mine = ของฉัน (เป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของ)
here they are = นี่ค่ะ

ทีนี้ก็ลองแปลดูนะคะ

Sunday, December 2, 2007

What do you do after lunch?


Here is a conversation between the teacher and students. นี่คือบทสนทนาระหว่างครูกับนักเรียน

Teacher : What do you do after lunch?

Students : I do homework.

or หรือ I sit and talk.

or หรือ I play chess.

or หรือ I sleep.

0r หรือ I play football (soccer).


Teacher : Why don't you go to the library?


Students : Because I am busy.

or หรือ Because there are not many good books.
or หรือ Because most books are old.
or หรือ Because the computer desks are always taken.


Teacher : Why don't you come early?

Students :I'm sorry, I played takraw.


คำศัพท์ : early = ไวกว่านี้ busy = ไม่ว่าง most = ส่วนมาก old= เก่า
library = ห้องสมุด sleep = นอนหลับ chess = หมากฮอส between = ระหว่าง
conversation = บทสนทนา here = นี้ after = ภายหลัง

Grammar : โครงสร้างไวยากรณ์

1. Wh word คำว่า what , why

2. การถามโดยใช้กริยาช่วย do หรือ does ในประโยคปัจจุบันกาล ต้องตามด้วยกริยาแท้ช่อง
ที่ 1

3. เมื่อตอบให้ตอบด้วยกริยาช่องที่ 1 ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 กริยาต้องใช้กฏการเติม s








Did you go to Loy Krathong Festival ?




Send e-mail or worksheet to your teacher.


What would you ask Bethany about Loy Krathong Festival?

Make a conversation.





In this activity, you make a conversation about Loy Krathong Festival. Then send e-mail or worksheet to your teacher. Work in group with friends.

ในกิจกรรมนี้ให้นักเรียนแต่งบทสนทนาเกี่ยวกับวันลอยกระทง แล้วส่งอีเมล์หรือใบงานให้ครู นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม


Grammar : โครงสร้างไวยากรณ์
Past Simple Tense (อดีตกาล) หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยปกติใช้ was หรือ were (เป็น,อยู่,คือ) และกริยาช่องที่ 2 ถ้าในประโยคคำถามจะใช้ Did กับกริยาช่องที่ 1


คำศัพท์ยาก :

conversation = การสนทนา make = สร้าง

activity = กิจกรรม worksheet = ใบงาน





























































































































































































































































































































































































































































Did you go to Chillis Festival ?




Khamsakaesang hold Chillis Festival on November 23,2007. There were parades from Local organizations and Khamsakaesang School. We all had fun on that day.



Here is a conversation between Mrs. Supitcha Sogao and Mr. John Alsman.

John : Good morning.

Supitcha : Good morning ,John. Did you see Beth on Chillis Festival ? She was very beautiful.

John : No. I didn't . I went to Mall in Korat.

Supitcha : Why?
John : Because I had to go to the bank.

Now answer these questions

1. Who is John talking with?

............................................................


2. When was the Chillis Festival at Khamsakaesang ?

..........................................................................................


3. Why didn't John see Beth?
...............................................................


4. Why did he go to Korat on that day?

.....................................................................

5. Who(in the picture) is taking photos of Beth?

I think ...................................................................................

(a) her father (b) a tourist


Grammar (ไวยากรณ์)

Past Simple Tense (อดีต) โดยปกติใช้กริยาแท้ช่องที่ 2 ถ้าเป็น verb to be ใช้ was หรือ were จะใช้was หรือ were ขึ้นอยู่กับประธาน เช่น

ถ้าประธานเป็น I , he , she , it และนามเอกพจน์ ใช้ was

ถ้าประธานเป็น We , you , they และนามพหูพจน์ใช้ were

ในการทำให้เป็นประโยคคำถามหรือประโยคปฏิเสธ เราใช้ did หรือ didn't กับกริยาช่องที่ 1 (ไม่มีการเติม s)
ศัพท์ยาก :
Chilli = พริก festival = เทศกาล parade = ขบวนพาเหรด
Local Organization = องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อ.บ.ต.) think = คิด คิดว่า

conversation = การสนทนา take photo = ถ่ายภาพ tourist = นักท่องเที่ยว

Solution : เฉลยคำตอบ

1. John (He) talking with Mrs. Supitcha Sogao.
2.It was on November 23rd,2007.

3. Because he went to Mall in Korat.

4. He had to go to the bank in Mall.

5. I think he is a tourist.